สัญญาอสังหา

ก่อนเซ็นสัญญาอสังหา เช็กอะไรให้ครบทั้งคน ทรัพย์ และเงื่อนไข

เตรียมตัวก่อนจอง ซื้อ หรือเช่า ด้วยรายการตรวจคู่สัญญา รายละเอียดทรัพย์ เงินที่ต้องจ่าย และข้อตกลงที่ควรเขียนให้ชัด

ทีมงาน MapxProp·
อ่านประมาณ 5 นาที
การตรวจและลงนามเอกสารร่วมกันบนโต๊ะประชุม
ภาพประกอบบทความ

เจอบ้านหรือห้องที่ถูกใจแล้ว ขั้นตอนถัดไปมักเป็นการจองและเซ็นเอกสาร แต่ราคาและทำเลที่คุยกันได้ยังไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมด ลองอ่านสัญญาให้ตอบได้ว่าเราตกลงกับใคร ได้ทรัพย์อะไร ต้องจ่ายเมื่อไร และถ้าแผนเปลี่ยนจะจัดการอย่างไร ก่อนตัดสินใจโอนเงิน

1. รู้ว่าใครเป็นคู่สัญญา และใครมีอำนาจลงนาม

ขอเอกสารที่ใช้ยืนยันชื่อและสิทธิของผู้ขายหรือผู้ให้เช่า แล้วเทียบกับชื่อในสัญญา หากติดต่อผ่านนายหน้าหรือผู้ดูแล ควรถามให้ชัดว่าใครเป็นผู้ลงนามและใครเป็นผู้รับเงิน การเป็นคนพาไปดูทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยยืนยันอำนาจทำสัญญาแทนเจ้าของ

กรณีมีผู้รับมอบอำนาจ ให้ตรวจว่าหนังสือมอบอำนาจครอบคลุมการกระทำนั้นหรือไม่ ถ้าคู่สัญญาเป็นบริษัท ควรตรวจข้อมูลนิติบุคคลและเงื่อนไขการลงนามจากเอกสารที่เป็นปัจจุบัน เก็บสำเนาเท่าที่จำเป็นและระบุวัตถุประสงค์การใช้งานไว้ด้วย

2. ระบุทรัพย์ให้ตรงกับสิ่งที่ไปดู

ชื่อโครงการหรือเลขห้องอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ควรให้เอกสารชี้ไปยังทรัพย์เดียวกันได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการซื้อบ้านพร้อมที่ดินที่ต้องตรวจทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

  • ที่อยู่ เลขห้อง ชั้น หรือเลขที่โฉนดและตำแหน่งแปลงตามประเภททรัพย์
  • ขนาดพื้นที่และหลักที่ใช้คิดราคา หากพื้นที่จริงต่างจากที่ระบุจะปรับอย่างไร
  • รายการเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จอดรถ และสิทธิใช้ส่วนกลางที่ตกลงกัน
  • สภาพทรัพย์ ณ วันตรวจ รวมถึงรายการซ่อมและกำหนดส่งมอบ

3. แยกเงินแต่ละก้อน และเขียนเงื่อนไขคืนเงิน

ทำตารางง่าย ๆ ว่าเงินก้อนนี้จ่ายเพื่ออะไร จ่ายให้ใคร ภายในวันไหน และนับรวมในราคาหรือค่าเช่าหรือไม่ คำว่าเงินจอง มัดจำ เงินประกัน และค่าเช่าล่วงหน้าไม่ควรถูกใช้สลับกันจนไม่รู้ว่าแต่ละก้อนมีหน้าที่อะไร

ตัวอย่างคำถามที่ควรได้คำตอบก่อนจ่ายคือ “ถ้ากู้ไม่ผ่าน เงินจองคืนหรือไม่ ต้องใช้เอกสารอะไร และคืนภายในเมื่อไร” ให้บันทึกคำตอบเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ การมีสลิปช่วยยืนยันการชำระเงิน แต่ควรมีเอกสารระบุเหตุและเงื่อนไขการรับเงินประกอบด้วย

4. แยกการจอง การจะซื้อจะขาย และการโอนกรรมสิทธิ์

เอกสารแต่ละช่วงมีหน้าที่ต่างกัน การจองหรือเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายไม่ได้ทำให้ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์เสร็จไปด้วย สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แบบเสร็จเด็ดขาด ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักมาตรา 456 จึงควรกำหนดวันและขั้นตอนจดทะเบียนให้ชัดเจน

ส่วนการเช่าเป็นอีกความสัมพันธ์หนึ่ง อย่านำแบบซื้อขายมาแก้เพียงชื่อแล้วใช้แทน หากเป็นธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ต้องตรวจด้วยว่าอยู่ในขอบเขตประกาศควบคุมสัญญาหรือไม่ และใช้แบบกับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง

อ้างอิง: กรมสรรพากร: ความหมายของอสังหาริมทรัพย์และการทำนิติกรรม (มาตรา 456) · สคบ.: ประกาศควบคุมสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย พ.ศ. 2568 และแบบสัญญามาตรฐาน

5. ตรวจฉบับสุดท้าย แล้วเก็บเอกสารเป็นชุดเดียวกัน

อ่านฉบับที่จะลงนามจริง รวมภาคผนวกและรายการแนบท้าย อย่าอาศัยความจำจากร่างก่อนหน้า ถ้ามีช่องว่างหรือข้อความที่ยังตกลงไม่ได้ ให้แก้จนเข้าใจตรงกันก่อนลงชื่อ และขอสำเนาที่มีข้อความครบตรงกันไว้ตั้งแต่วันทำสัญญา

  • วันเริ่มต้น วันสิ้นสุด วันส่งมอบ และวันชำระเงินสัมพันธ์กัน
  • วิธีแจ้งปัญหา ขอแก้ไข เลื่อนกำหนด หรือบอกเลิกระบุไว้ชัดเจน
  • คำรับปากเรื่องซ่อม ของแถม และค่าใช้จ่ายถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
  • เก็บสัญญา ภาคผนวก หลักฐานรับเงิน และการติดต่อสำคัญไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน
ดูบทความทั้งหมด →
สัญญาเช่าห้องต้องดูอะไร ก่อนจ่ายเงินและย้ายเข้า

สัญญาเช่าห้องต้องดูอะไร ก่อนจ่ายเงินและย้ายเข้า

เช็กค่าเช่า เงินประกัน ค่าน้ำไฟ การซ่อม และวันย้ายออก พร้อมรู้จักขอบเขตประกาศควบคุมสัญญาเช่าปี 2568

ทีมงาน MapxProp·
สัญญาซื้อบ้าน: เช็กให้ครบตั้งแต่วางจองจนถึงวันโอน

สัญญาซื้อบ้าน: เช็กให้ครบตั้งแต่วางจองจนถึงวันโอน

แยกการจอง สัญญาจะซื้อจะขาย และการโอน พร้อมคำถามเรื่องกู้ไม่ผ่าน ภาระจำนอง ค่าใช้จ่าย และการส่งมอบบ้าน

ทีมงาน MapxProp·