วางแผนซื้อบ้าน
วางงบซื้อบ้าน นอกจากราคาบ้านต้องเตรียมเงินอะไรอีกบ้าง
แยกเงินก้อนวันซื้อ ค่าใช้จ่ายรายเดือน และเงินสำหรับเข้าอยู่ เพื่อเห็นงบจริงก่อนจองบ้าน พร้อมตารางที่นำไปกรอกเปรียบเทียบได้

ราคาที่เห็นในประกาศเป็นจุดเริ่มต้นของงบซื้อบ้าน แต่ยังไม่ตอบว่าต้องมีเงินพร้อมเท่าไรในวันโอนหรือหลังเข้าอยู่ การทำงบสามช่วงช่วยให้เปรียบเทียบบ้านแต่ละหลังได้ชัดขึ้น ได้แก่ เงินก่อนและวันซื้อ เงินที่ต้องจ่ายทุกเดือน และเงินสำหรับย้ายเข้า บทความนี้เป็นกรอบจัดงบทั่วไป ไม่ใช่การประเมินวงเงินสินเชื่อเฉพาะบุคคล
1. รวมเงินก้อนก่อนซื้อ แล้วถามให้ชัดว่าใครจ่าย
แยกเงินจอง เงินตามสัญญา และยอดที่ต้องจ่ายวันโอนออกจากกัน ตรวจว่าเงินที่จ่ายไปแล้วนำไปหักราคาส่วนใด อย่านับเป็นค่าใช้จ่ายซ้ำ ขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายจากผู้ขายและผู้ให้สินเชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุผู้รับผิดชอบแต่ละรายการ
ค่าธรรมเนียม ภาษี ค่าจดจำนอง และมาตรการลดค่าใช้จ่ายอาจขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ เงื่อนไขผู้ซื้อ มูลค่า และวันที่ทำรายการ จึงควรขอประมาณการตามกรณีจริงจากสำนักงานที่ดินและธนาคาร ไม่ยึดตัวเลขในบทความเก่าหรือคำบอกต่อเป็นยอดวันโอน
- ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับวงเงินที่ได้รับอนุมัติจริง
- ค่าประเมิน ค่าดำเนินการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหลักประกันตามข้อเสนอสินเชื่อ
- รายการที่ผู้ขายตกลงจ่ายให้ และเงื่อนไขที่ทำให้สิทธินั้นเปลี่ยนไป
2. คิดงบรายเดือนจากชีวิตหลังย้ายเข้า
นอกจากค่างวด ให้บวกค่าส่วนกลาง ค่าน้ำไฟ อินเทอร์เน็ต การเดินทาง และค่าใช้จ่ายประจำอื่นของครัวเรือน บ้านที่ราคาต่ำกว่าแต่อยู่ไกลอาจทำให้ค่าเดินทางเพิ่ม ลองกรอกค่าใช้จ่ายของบ้านสองตัวเลือกด้วยวิธีเดียวกัน แล้วดูเงินเหลือปลายเดือนแทนการดูค่างวดอย่างเดียว
ถ้าสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนได้ ให้ขอตารางอธิบายช่วงส่งเสริมการขายและช่วงหลังจากนั้น เปรียบเทียบยอดจ่ายและค่าธรรมเนียมตลอดช่วงที่ตั้งใจใช้สินเชื่อ ถามวิธีคำนวณเมื่ออัตราอ้างอิงเปลี่ยน เพื่อประเมินว่ารายรับที่ไม่แน่นอนหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะกระทบแค่ไหน
อ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย: จะเลือกผ่อนบ้าน ต้องเปรียบเทียบอะไรบ้าง
3. แยกของที่ต้องทำทันที ออกจากของที่รอได้
ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ลองเขียนรายการที่จำเป็นต่อการเข้าอยู่ เช่น งานซ่อมที่ตรวจพบ การทำความสะอาด การขนย้าย หรืออุปกรณ์พื้นฐาน จากนั้นค่อยแยกของตกแต่งและงานปรับปรุงที่ทยอยทำได้ ขอใบเสนอราคาสำหรับงานใหญ่ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะบ้านมือสองที่ราคาขายยังไม่รวมการปรับสภาพ
เก็บเงินสำรองแยกจากงบแต่งบ้าน จำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับรายได้ ภาระหนี้ และคนที่ต้องดูแล ลองจำลองช่วงที่รายรับลดลงหรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน แล้วดูว่ายังรับภาระบ้านได้หรือไม่ การใช้เงินเก็บหมดกับวันโอนอาจทำให้แผนหลังจากนั้นตึงเกินไป
4. ใช้ตารางเดียวก่อนตัดสินใจจอง
ทำตารางหนึ่งชุดต่อบ้านหนึ่งหลัง ระบุทั้งยอดประมาณการ แหล่งตัวเลข และกำหนดจ่าย ช่องไหนยังไม่ทราบให้ใส่ว่า “รอยืนยัน” แทนศูนย์ เพื่อไม่ให้งบรวมดูน้อยกว่าความเป็นจริง
เมื่อยอดสำคัญยังไม่ยืนยัน เช่น ผลสินเชื่อหรืองานซ่อมก้อนใหญ่ ให้คุยเงื่อนไขการจองและกรณีที่แผนไปต่อไม่ได้ก่อนชำระเงิน เก็บใบเสนอราคาและข้อเสนอสินเชื่อที่นำมาเปรียบเทียบไว้พร้อมวันที่ เพราะรายละเอียดอาจเปลี่ยนก่อนถึงวันซื้อ
| ช่วงเวลา | รายการที่ควรกรอก |
|---|---|
| ก่อนและวันโอน | เงินที่ต้องออกเอง + ค่าใช้จ่ายที่รับผิดชอบ − เงินที่จ่ายและนำมาหักได้แล้ว |
| ก่อนย้ายเข้า | งานซ่อมจำเป็น + ขนย้าย + ของใช้พื้นฐาน |
| ทุกเดือน | ค่างวด + ค่าใช้บ้าน + ค่าเดินทาง + ภาระประจำอื่น |
| เงินที่กันไว้ | เงินสำรองที่ยังเหลือหลังจ่ายรายการข้างต้น |

